ศิลาจารึกบนฝาผนังแผ่นที่ 5
ชีวประวัติพระสังฆปริณายก องค์ที่ 5
พระฮวางยานมหาครูบา (ฮ่งยิ้มไต้ซือ)
พระสังฆปริณายก องค์ที่ 5 (โหงวโจ้ว) เกิด ณ ตำบลอึ้งบ๊วย เมืองคีจิว มณฑลโอ้วปัก เดิมมีตาแป๊ะแก่ถือศีลกินเจ ชอบปลูกต้นสนไม้ดัดต่าง ๆ ไว้ดูเพ่งพิจารณาให้เกิดอารมณ์สมถะ (ผลได้คือสมาธิ) แล้วก็ต่อยอดยกขึ้นไปสู่วิปัสสนาปัญญาคนหนึ่ง เกิดเบื่อหน่ายสังขารโลกขึ้นมา จึงได้เดินทางไปนมัสการท่านพระสังฆปริณายกองค์ที่ 4 (เต้าสิ่นไต้ซือ) กราบเรียนท่านว่ากระผมชื่อ “ฮ่งยิ้ม” จะมาขอศึกษาธรรมะกับพระคุณเจ้า ครับ!
ท่านพระสังฆปริณายกองค์ที่ 4 (พระเต้าสิ่นไต้ซือ) พอมองเห็นตาแป๊ะแก่คนนี้ โหงวเฮ้งที่ใบหน้ามีราศีเขียว-อมดำซ้ายขวามากก็รู้ได้ด้วยญาณจักษุทันที ว่าความชราภาพของสังขารใกล้วาระจะแตกดับอยู่แล้ว คงจะไม่เกินวันนี้แน่ ท่านจึงพูดเป็นเชิงปริศนาว่า
พ่อเฒ่า “อายุสังขารก็ชรามากแล้ว ถึงจะเรียนรู้ไปก็สอนใครไม่ทัน เอาไว้ชาติหน้าเถิด! ฉันจะคอยสอนให้...”
จากนั้น แป๊ะแก่ (ฮ่งยิ้ม) ก็กราบลาท่านพระสังฆปริณายกองค์ที่ 4 แล้วได้เดินทางไปยังริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง เห็นหญิงสาวพรหมจารีคนหนึ่ง กำลังซักผ้าอยู่ จึงร้องถามไปว่า
แม่หนู “ลุงขออาศัยบ้านพักสักหน่อยได้ไหม?”
หญิงสาวตอบว่า “ให้ไปถามบิดาของฉันก่อน...” ตาแป๊ะแก่ก็พูดว่า “ไม่ใช่! ขอพักบ้านของหนูนั่นเอง”
หญิงสาวผู้นี้ฟังคำพูดของตาแป๊ะแก่ (ฮ่งยิ้ม) แล้วก็ไม่รู้ความหมาย อึดอัดใจ...จึงตอบไปว่า “ได้”
จากนี้ ตาแป๊ะแก่ (ฮ่งยิ้ม) ก็ได้เดินทางไปอีกไม่นานก็ถึงแก่วาระสุดท้ายของชีวิต...
ส่วนหญิงสาวพรหมจารี คนที่กล่าวมานั้น อยู่ ๆ ก็เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา โดยมิได้ร่วมประเวณีกับชายใด ๆ เลย ฝ่ายบิดามารดาก็โกรธ... เป็นเดือดเป็นแค้นยิ่งนัก! จึงขับไล่ให้ออกจากบ้านไป หญิงสาวจึงซัดเซพเนจรเที่ยวขอทานเขากินไปวันหนึ่ง ๆ พอครบกำหนดก็คลอดบุตรออกมาเป็นชาย ด้วยความโกรธ! เพราะไอ้ลูกเจ้ากรรมคนนี้เอง เราจึงต้องตกระกำลำบากเรื่อยมา จึงอุ้มลูกเอาไปโยนทิ้งลงในคลอง พอรุ่งเช้า ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ก็นึกคิดถึงลูกขึ้นมา จึงเดินไปดูก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง! เพราะเห็นเด็กน้อยยังอยู่ที่ริมคลองและไม่เป็นอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น จึงเดินลงไปอุ้มขึ้นมาดู เห็นว่ายังไม่ตายก็เอากลับมาเลี้ยงไว้ตามมีตามเกิด ขอทานเขากินเรื่อยไปจนเด็กโตอายุ 7 ขวบ
อยู่มาวันหนึ่ง พระสังฆปริณายกองค์ที่ 4 (พระเต้าสิ่นไต้ซือ) ได้เดินทางผ่านมาเห็นเด็กคนนี้ มีหน้าตากิริยาท่าทางบ่งถึงความเป็นอัจฉริยะพิเศษกว่าเด็กทั้งหลายมาก ซึ่งขาดอีกเพียง 7 อย่างก็มีลักษณะ (โหงวเฮ้ง) เหมือนกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีเดียว
พระสังฆปริณายก องค์ที่ 4 จึงถามเด็กว่า “หนูแซ่อะไร?”
เด็กขอทานตอบว่า “มีแซ่-แต่ไม่ใช่แซ่ธรรมดา”
พระสังฆปริณายก องค์ที่ 4 (พระเต้าสิ่นไต้ซือ) จึงได้ถามต่อไปว่า “ถ้าเช่นนั้น-แซ่อะไร?”
เด็กน้อยตอบว่า “แซ่-พุทธะ (ฮุกแส่...)”
พระสังฆปริณายก ได้พูดว่า “หนูไม่มีแซ่ของหนูเองดอกหรือ?”
หนูน้อยตอบว่า “เพราะแซ่-ว่าง (พุทธะ) จึงไม่มี”
พระสังฆปริณายก ก็รู้ด้วยญาณทันทีว่า นี่คือ ตาแป๊ะแก่ชื่อ “ฮ่งยิ้ม” ที่เคยมาขอเรียนธรรมะเมื่อ 7 ปีก่อนโน้น! บัดนี้ (ข้ามชาติ) มาเกิดเป็นเด็กชายคนนี้แล้ว
ท่านจึงออกปากขอแก่มารดา ฝ่ายมารดาเห็นว่า ท่านพระสังฆปริณายกมาขอลูกไปเป็นศิษย์ ลูกคงจะได้เล่าเรียนหนังสือ จึงได้ถวายให้ท่านไปเลย! (หมดหนี้ความเป็นแม่ลูกกันแค่นี้)
เมื่อเด็กน้อยซึ่งมีอายุได้เพียง 7 ขวบ พอมาถึงวัดแล้วก็บอกกับพระสังฆปริณายก องค์ที่ 4 ว่า “หลวงพ่อครับ! ผมอยากจะขอเรียนธรรมะครับ
พระสังฆปริณายกองค์ที่ 4 ก็พูดเป็นเชิงแบบจะทดลองสติปัญญาของเด็กไปว่า “เจ้าอายุยังน้อยอยู่เป็นเด็กยังเล็กมากเกินไป”
เด็กน้อย ก็ตอบทันทีว่า ทำไมเมื่อชาติก่อน ท่านหลวงพ่อ! จึงพูดว่า “อายุสังขารของผมแก่ชรามากเกินไปแล้วล่ะ? ที่มาตอนนี้ก็ว่าผมเป็นเด็กเกินไปอีก แล้วเมื่อไหร่ท่านหลวงพ่อ! จึงจะสอนให้ผมสักทีกันล่ะครับ? หลวงพ่อ!
พระสังฆปริณายกองค์ที่ 4 นิ่ง! ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี? คิดว่าเจ้าเด็กน้อยผู้นี้คงจะระลึกชาติได้ด้วย จึงได้ทดลองสอบถามชื่อ และญาติวงศ์ทั้งบิดามารดาเรื่องต่าง ๆ ในชาติก่อนเด็กน้อยก็ตอบได้ถูกหมด
พระสังฆปริณายกองค์ที่ 4 ก็ได้เริ่มสอนหนังสือ เด็กน้อยอ่านทีเดียวจำได้หมด ตราบไปจนกระทั่งพระคัมภีร์ต่าง ๆ ได้เรียนเพียงจบเดียวก็สามารถท่องจำได้จนหมด
เด็กน้อยบอกว่าชาติก่อนเคยสวดสาธารยายพระคัมภีร์เหล่านี้มามากมายแล้ว
พระสังฆปริณายกจึงได้ทำการบวชให้เป็นสามเณร แล้วขึ้นธรรมมาสน์เทศน์ให้ประชาชนฟังได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง! ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมือง พอบรรลุธรรมแล้ว และอายุครบบวช ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ภายหลังได้รับการถ่ายทอด บาตร จีวร สังฆาฏิ ธรรมะทั้งหมดของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็น พระสังฆปริณายก องค์ที่ 5 (ในเมืองจีน) สืบอายุพระพุทธศาสนาต่อไป
แล้วท่านพระสังปริณายก องค์ที่ 4 (พระเต้าสิ่นไต้ซือ) ยังได้กล่าวโศลกให้ไว้บทหนึ่งว่า:-
“ดอกกับพืชมีการเกิดเป็นนิสัย
เพราะอาศัยดินอยู่ดอกไม้เกิดเรื่อย ๆ
มหาเหตุปัจจัยกับนิสัยอันเหมาะสม
พอเกิดแล้วก็เกิดอย่างไม่เกิด.”
เพราะอาศัยดินอยู่ดอกไม้เกิดเรื่อย ๆ
มหาเหตุปัจจัยกับนิสัยอันเหมาะสม
พอเกิดแล้วก็เกิดอย่างไม่เกิด.”
พระสังฆปริณายกองค์ที่ 5 (ฮ่งยิ้ม) มีสานุศิษย์เป็นพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา มากกว่าองค์ใด ๆ มาวันหนึ่ง ท่านมีมรณญาณ จากนี้ได้ประชุมสานุศิษย์นั่งสมาธิดับขันธ์นิพพานในฌานสมาบัติไป อายุได้ 85 พรรษา พระศพท่านได้บรรลุไว้ในเจดีย์หลวงชื่อ “ฮวบโหว” เมืองคีจิว ตำบลอึ้งบ๊วย ภายหลังพระเจ้าต่อจงได้พระราชทานสมณศักดิ์ให้นามว่า “ไต้มั้วเชี้ยงซือ”
ก่อนดับขันธ์ปรินิพพาน 3 ปี ได้ถ่ายทอด บาตร จีวร สังฆาฏิ ธรรมะทั้งหมดให้แก่ศิษย์ชื่อ “พระเว่ยหล่างมหาครูบา” แต้จิ๋ว อ่านว่า “หุยเล้งไต้ซือ”
“ขออนุโมทนาด้วยเป็นอย่างสูง แก่ทุก ๆ ท่านที่มีความกล้าหาญ พอที่จะ กิน และย่อย ถ้อยคำที่กล่าวตามแบบของ เว่ยหล่าง หรือ ฮวงโป ซึ่งเมื่อทำได้แล้ว จะหล่อเลี้ยงนามกาย ให้เจริญเติบโต พรึบเดียว เท่าท้องฟ้า หรือมหาสมุทร เป็นอย่างน้อยทีเดียว.”
พุทธทาสภิกขุ.
Pic. | 166 Page.
Download Now
Download Now

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น