วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น บทที่ 1


ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น (ฌาน) เล่มที่ 1
ฉบับแก้ไขสมบูรณ์ถาวร โดย “ธีรทาส”

บทที่ 1

ยังมีชาวนา ผู้ซึ่งไม่รู้จักหนังสือทั้งสติปัญญาก็ค่อนข้างจะโง่ทึบคนหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง เขาคิดอยากจะไปบวชเป็นพระที่สำนักสอนธรรมมีชื่อเสียงในเมืองแห่งหนึ่ง แต่ต้องผิดหวัง เพราะกฎของวัดนั้นมีระเบียบวางไว้ว่า ถ้าบุคคลใดจะเข้ามาบวชเป็นพระอยู่ในวัดนี้ จะต้องท่องสูตรพระอภิธรรม หรือคัมภีร์ใดคัมภีร์หนึ่งให้ได้เสียก่อน ... ทางวัดจึงจะอนุญาตให้บวชได้

ชาวนาผู้นี้จึงขอเข้ามาอาศัยอยู่ในวัดเพื่อฝึกหัดเรียนไปพลางก่อน! อาจารย์เห็นความตั้งใจดีของเขา จึงรู้สึกสงสารพยายามสอนธรรมเบื้องต้น ๆ ให้ ... อดทนสอนไปเถิด! เดือนก็แล้วปีก็แล้ว เรื่องจิต – เจตสิก – รูป – นิพพานนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มีทางจะฟังกันรู้เรื่อง เอาเพียงแค่ “โลภะ – โทสะ – โมหะ 3” ตัวนี้เท่านั้น ก็ยังจำลักษณะหรือเข้าใจอาการของจิตไม่ได้ หลายปีผ่านไปอาจารย์ผู้สอนเกิดท้อใจขึ้นมา คือมองเห็นความโง่ซึ่งเป็นวิบากกรรมเก่า ๆ ของศิษย์ แล้วก็ปลงใจจึงบอกกับศิษย์ตรงๆ ว่า “ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องเรียนหรือท่องบ่นคัมภีร์อะไร ๆ ให้มันยุ่งใจหนักสมองเกินตัวเจ้าไปเลย ... เจ้าจงตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่เป็นบุญกุศลไปให้มาก ๆ ก็พอแล้ว ... บุญบารมีของฉันที่จะเป็นอุปัชฌาย์ของเจ้านั้นคงจะไม่ได้สร้างสมมาแต่ชาติก่อน เอาไว้คอยชาติหน้าเถิด! เผื่อว่าฉันได้ตรัสรู้ธรรมเมื่อใดแล้ว จึงจะค่อยมาเป็นศิษย์เป็นอาจารย์กันใหม่”

พวกศิษย์ร่วมสำนักได้ตั้งสมญานามให้เขาว่า “นายดอกบัวใต้น้ำ” ใช้เรียกกันจนติดปากหมดทั้งวัด

ต่อมาวันหนึ่ง “นายดอกบัวใต้น้ำ” นั่งครุ่นคิดอยู่ในใจว่า เรามาอยู่วัดนี้ก็หลายปีแล้ว เรียนอะไรก็ไม่ได้ความสักอย่างจนกระทั่งท่านอาจารย์ถึงกับบอกคืนตำแหน่งผู้สอนให้แก่เราเสียแล้ว ต่อไปคงจะไม่มีใครรับสอนธรรมให้เราอีกเป็นแน่.... คิด ๆ ไปก็กลุ้มใจหนักขึ้นทุกที...

บังเอิญมีภิกษุต่างเมืองรูปหนึ่งที่มาศึกษาธรรมอยู่ด้วยกันเห็นแล้วเกิดสงสารในความโง่ทึบของสมองของ “นายดอกบัวใต้น้ำ” นี้ขึ้นมา จึงแนะนำด้วยเจตนาดีแก่เขาว่า ฉันได้ยินข่าวมาว่า ณ เมืองโซกายมีอาจารย์เซ็นผู้หนึ่ง ท่านมีสานุศิษย์อยู่เป็นจำนวนมาก วิธีสอนของท่านแปลกพิสดารกว่าสำนักอื่น ๆ คือสอนทางลัด... อาศัยประสบการณ์ทางธรรมชาติของศิษย์แต่ละคนเป็นเกณฑ์ ถึงแม้คนที่ไม่รู้จักหนังสือมาก่อนเลย ก็ยังจะสามารถเรียนรู้ธรรมได้...

นายดอกบัวใต้น้ำ พอได้ยินคำพูดว่า ไม่รู้จักหนังสือเลยก็ยังจะสามารถเรียนธรรมได้เท่านี้ จิตใจก็เบิกบานเกิดความปีติซาบซึ้ง คิดว่าตนคงจะยังพอมีโชค...ยังไม่หมดหวังไปเสียทีเดียว กล่าวขอบคุณท่านผู้แนะนำทางให้ แล้วรีบไปกราบลาท่านอาจารย์ มุ่งตรงฝ่าป่าดงพงพีเสาะหาทางไปจนถึงเมืองโซกาย

ณ สำนักแห่งเมืองโซกาย มีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ต้นหนึ่งซึ่งจำเดิมนั้นพระเถระนามว่า “ปัญญาเภสัช (ตี๊เอี๊ยะซาจั๋ง)” ได้นำเอาหน่อกิ่งศรีมหาโพธิ์ตรัสรู้ จากพุทธคยา ประเทศอินเดีย ติดตัวเที่ยวจาริกเผยแพร่พุทธศาสนามายังประเทศจีนสมัยเดียวกับ “พระสังฆราชโพธิธรรมมหาครูบา” พอถึงเมืองโซกาย เห็นวิวทิวทัศน์ของภูมิประเทศ กับภูเขานี้มีรูปนูนขึ้นเหมือนดังศีรษะพญาช้างเผือกกำลังหมอบ ภาพวิวนี้ดูแล้วเหมือนกับเมืองที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ท่านจึงหยุดพักแล้วพิจารณาดูโดยรอบ ๆ ตักน้ำในลำธารนั้นขึ้นมาดื่มแล้วรู้สึกประหลาดใจมาก...น้ำนี้ใสไหลเย็นมีกลิ่นหอมดุจดังกลิ่นสุคนธชาติ ท่านจึงนั่งเข้าฌานดูเห็นว่าอีกประมาณ 170 ปี ในสถานที่นี้ จักมีพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งมาบรรลุธรรม ณ ตรงจุด ๆ นี้ ท่านจึงได้ทำนายไว้ล่วงหน้า แล้วเอาหน่อกิ่งโพธิ์ที่ติดตัวมาจากทิศตะวันตกปลูกลงไว้ในดิน ณ ที่นั้น ส่วนตัวท่านได้จาริกเผยแผ่ธรรมต่อไปตามดินแดนต่าง ๆ จวบจนวัยชราจึงกลับมาสร้างวัดไว้ ณ ที่นี้ (คือผู้สร้างวัด ท่านเว่ยหล่าง) จนสิ้นอายุขัยของท่านได้นั่งสมาธิดับขันธ์ในฌานสมาบัตินิพพานไป ในสมัยต้นราชวงศ์เหลี่ยงบู๊ตี่ (นับมาจนถึง พ.ศ. 2508 นี้เป็นเวลาประมาณ 1,400 ปีเศษมาแล้ว) ซากพระศพของท่านยังคงอยู่ในสภาพที่ร่างกายมิได้บุบสลายหรือเน่าเปื่อย และยังคงนั่งอยู่ในท่านั่งสมาธิเหมือนตอนนิพพาน บัดนี้ได้ลงรักปิดทองเก็บรักษาไว้
ณ ลานศรีมหาโพธิ์แห่งวัดโซกาย มีอาจารย์เฒ่าท่านหนึ่งมักจะเดินจงกรมมานั่งสมาธิแถวนี้ตอนเวลาบ่ายเสมอ ๆ

นายดอกบัวใต้น้ำ เดินทางมาหลายอาทิตย์ก็เข้าถึงบริเวณวัดโซกาย พอมองไปเห็น “หลวงพ่อเฒ่า” นั่งหลับตาอยู่ใต้ต้นโพธิ์อันร่มเย็น ก็นึกดีใจคงจะเป็นท่านอาจารย์ดังที่ภิกษุรูปนั้นแนะนำไว้เป็นแน่ จึงค่อย ๆ เดินเข้าไปหา แล้วก็นั่งลงกราบไปที่พื้นดินสามหน
ในทันทีนั้น ท่านหลวงพ่อก็ลืมตาขึ้นดู แล้วเห็นชายหนุ่มผิวคล้ำ หน้าผากเตี้ย จมูกเชิด ท่านจึงถามขึ้นว่า “เจ้ามาจากไหน...ต้องการประสงค์อะไร? “

นายดอกบัวใต้น้ำ ตอบว่า “ผมชื่อดอกบัวใต้น้ำ เดินทางมาจากวัดเมืองใต้ ผมต้องการจะมาขอเรียนธรรมจากคุณพ่อครับ!”

หลวงพ่อเฒ่า พอได้ยินคำว่าชื่อ “ดอกบัวใต้น้ำ” เกิดสนใจในชื่อเสียงของผู้มาเยือน นิ่ง! พิจารณาดูอยู่สักครู่หนึ่งแล้วก็ชี้บอกให้ไปหาข้าวหาน้ำกินยังโรงทานที่เชิงเขาโน้นก่อน!




ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็นเล่ม 1
Pic. | 166 Page.
Download Now

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น