ต่อจากนั้น นายดอกบัวใต้น้ำ ก็จำแม่นขึ้นใจ เป็นอันว่าได้บรรลุธรรมข้อ “โลภะ และ โทสะ” ได้เป็นอย่างดีทีเดียว
ทุก ๆ วัน นายดอกบัวใต้น้ำ ช่วยเขาผ่าฟืนตักน้ำตามที่ตนถนัดมือตลอดเวลาหลาย ๆ เดือน ทุกเช้าเย็นภิกษุสามเณรหมดทั้งวัดต้องลงโบสถ์สวดมนต์ คือ สาธยาย วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร (กิมกังเก็งฯ) และ ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร (ซิมเก็ง) ซึ่งนิกายเซ็นถือว่า พระคัมภีร์ 2 เล่มนี้สำคัญที่สุดของเซ็น ถึงแม้ศิษย์ที่อ่านหนังสือไม่ออกก็ยังต้องมานั่งฟังพร้อม ๆ กันทุกเช้า – เย็น ฟังไปนาน ๆ จิตอาจจะเกิดความสว่างไสวแวบขึ้นมา ในขณะใดขณะหนึ่ง แล้วอาจจะบรรลุธรรมก็ได้เหมือนกัน ใจความของพระสูตรสรุปย่อสั้น ๆ ได้ดังนี้
“ให้ขันธ์ 5 เป็นทาน
สูงกว่าเงินทองเป็นทาน
พิจารณาขันธ์ 5 ให้ว่าง
ทุกข์ทั้งปวงจะดับหมด”
สูงกว่าเงินทองเป็นทาน
พิจารณาขันธ์ 5 ให้ว่าง
ทุกข์ทั้งปวงจะดับหมด”
อยู่มาวันหนึ่ง ท่านพ่อเรียกประชุมสานุศิษย์แสดงธรรมเรื่อง “ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร” ท่านกล่าวว่า คัมภีร์นี้สำคัญมากสำหรับนิกายเซ็น (ฌาน) เป็นสูตรที่รวมเอาใจความของพระธรรมทั้งหลายมาอยู่ในสูตรนี้สูตรเดียว ถ้าผู้ใดได้ศึกษาและฟังเข้าใจแล้วนำไปปฏิบัติจะพ้นทุกข์ในวัฏฏะแน่นอน ต่อไปนี้ขอให้เจ้าทั้งหลายจงตั้งใจฟังให้ดี ๆ “ธรรมะทั้งปวงมีความว่างเป็นลักษณะ แต่ความว่างก็มิใช่ธรรมะ ธรรมะก็มิใช่ความว่าง” ท่านเทศน์ต่อไปเรื่อย ๆ มีใจความตอนหนึ่งว่า “ธรรมะที่แท้จริงนั้น ไม่มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และไม่มี รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะและธรรมารมณ์ ไม่มีจนกระทั่ง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค การเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายเหล่านี้อีกด้วย”
นายดอกบัวใต้น้ำ วันนี้ตั้งใจฟังเป็นพิเศษ พอได้ยินท่านพ่อพูดมาถึงประโยคที่ว่าไม่มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เกิดความคิดแวบ ! ขึ้นมาว่า เอ๊ะ ! เรานี่มันก็มีครบทุกอย่างนี่นา...ทำไมท่านพ่อจึงว่าไม่มี....ประเดี๋ยวจะต้องถามให้สิ้นความสงสัยเสียที พอเทศน์จบศิษย์ก็ยกน้ำชาเข้าไปถวายแล้วถามขึ้นว่า “เมื่อตอนที่ท่านหลวงพ่อพูดว่า ไม่มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้น ผมรู้สึกว่าผมก็มีครบทุกอย่างนี่ครับ ! หลวงพ่อ”
ฝ่าย ท่านพ่อ พอได้ยินศิษย์โง่ถามขึ้นมาอย่างนี้ ก็หยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาซดฮวก! ฮวก!! แล้วก็ยิ้มน้อย ๆ นึกในใจว่า วันนี้ไม่เสียแรงที่เราขึ้นเทศน์เลย ศิษย์อื่นจะเข้าใจธรรมทั้งหมดนั้นไม่สำคัญ เพราะปัญญาบารมีของเขาได้สร้างสมไว้ พอที่จะรู้หรือปฏิบัติธรรมได้ ส่วนเจ้าพ่อ นายดอกบัวใต้น้ำ นั่นซิ! เราหนักใจมานานเต็มทนแล้ว วันนี้แกเกิดสงสัยในข้อธรรมขึ้นมา นับว่าเป็นความก้าวหน้าในการสอนของเราขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งทีเดียว!
ท่านพ่อ จึงตอบว่า “เดี๋ยวก่อน! เมื่อตะกี้นี้เจ้าพูดว่าเจ้ามีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนเหมือนกับเขาทั้งหลายแล้วซิ! ทีนี้ขอให้เจ้าจงใช้ปัญญาของเจ้าเองพิจารณาต่อไปว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็นของเจ้าเองแท้จริงตลอดไปหรือเปล่า?”
จากนี้อีกปีเศษ นายดอกบัวใต้น้ำ นั่งครุ่นคิดอยู่เองว่า เรามาอยู่ในวัดนี้ได้ธรรมที่จำได้จริง ๆ ซาบซึ้งจนไม่มีวันลืม ก็คือ ตัว “โลภะ” หมวกหาย “โทสะ” ถูกหวดสันหลังอย่างแรง 3 ที ตากละอองหิมะ 3 ชั่วโมง
ต่อไปยังมีตัว “โมหะ” อีกตัวหนึ่ง ท่านพ่อยังไม่ได้สอนให้แก่เรา ซึ่งอาจารย์องค์ก่อนท่านเคยบอกไว้ว่าตัวนี้สำคัญที่สุด ถ้าใครรู้หรือเข้าใจเพียงตัวเดียวนี้เท่านั้น ก็อาจจะเข้าใจธรรมทั้งหมดก็ว่าได้ คิดจะไปเรียนถามท่านพ่อให้จบเรื่องกันเสียที แต่ก็ไม่ค่อยจะกล้า เพราะไม่รู้ว่าจะโดนหวดเหมือนครั้งก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้? คิด ๆ ไปก็อึดอัดใจตัวเอง คงจะเป็นเพราะที่เรายากจนไม่ได้เรียนหนังสือเป็นแน่.... มันจึงโง่กว่าคนอื่น ๆ เขา กรรมโว้ย ! กรรม – ของเราเองแท้ๆ เฮ้อ!
Picture. | 166 Page.
Download Now
Download Now





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น