วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น บทที่ 6


บทที่ 6

พอบ่ายวันรุ่งขึ้น ท่านเจ้าอาวาสเรียกประชุมศิษย์พร้อมกัน แล้วก็ประกาศว่า “ท่านที่เคยเชื่อถือ ท่านอาจารย์ “ซิ้งทง” ผู้วิเศษนั้น บัดนี้ตัวท่านผู้วิเศษได้มาอยู่ ณ ที่ประชุมของเราแล้ว และท่านคงจะมาทำพิธีเสกใบไม้ให้เป็นตัวต่อ เป็นตัวแตน เสกเม็ดมะม่วงให้งอกขึ้นเป็นต้นได้ในอึดใจเดียว ขอให้พวกเราทั้งหลายได้ชมกันขณะนี้”

ท่านซิ้งทง ถึงกับตกตะลึงหน้าม่อย! ไม่นึกเลยว่าท่านเจ้าอาวาสจะพูดแนะนำในที่ประชุมเช่นนี้ จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเดินก้มหน้าเข้าไปกราบท่านเจ้าอาวาส แล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์ครับ! ผมเสกได้ แต่ไม่ใช่เป็นของจริงครับ! เป็นการแสดงกลหวังผลประโยชน์เพื่อสังคมในทางอ้อมครับ! ผมหลอกลวงต้มมนุษย์ที่มีความเชื่อถืองมงายมาเป็นพื้นฐาน เป็นศิลปะในการอำพรางตาอันแยบยล และเป็นวิธีหาเงินของผม จากพวกโง่งมงายได้ดีอย่างสนิทมาหลายสิบปีแล้วครับ! ขอให้ท่านอาจารย์จงอย่าได้เชื่อตามข่าวนั้นว่าเป็นความจริงเลย! ผมบัดนี้ก็เข้าวัดแล้ว ไอ้เจ้ากรรมอันนั้นมันก็ตามมาสนองผมจนป่นปี้หมดทุก ๆ อย่างแล้วครับ!

ท่านเจ้าอาวาส “ก็เพราะว่าฉันไม่เชื่อ...ว่าท่านทำได้ตามที่ศิษย์บอกนั้นซิ! ฉันจึงอยากจะให้ท่านเปิดเผยวิธีการอันแยบยลของท่านที่เคยต้มมนุษย์ได้อย่างสนิท....ให้พวกศิษย์ของฉันฟัง จะได้หมดความสงสัยเสียที ท่านก็จะได้บุญในการเตือนให้เขาได้สติกันบ้าง อนุชนรุ่นหลัง ๆ อีกหลายร้อยชั่วอายุคน จะได้ไม่หลงเสียเวลาไปในสิ่งที่ไร้สาระ หรือตื่นข่าวหลงผิดตามผู้วิเศษไป”

ท่านซิ้งทง เคยเป็นผู้วิเศษหลอกลวงมนุษย์มามากมายแล้ว พอได้ยินคำว่า เปิดเผยแล้วจะได้บุญตรงที่เตือนให้มนุษย์ได้สติ จึงยอมรับปาก ว่าจะแสดงการแสดงกลให้ที่ประชุมดูหมดทุกประการ

เมื่อกราบท่านเจ้าอาวาสแล้ว ก็ลุกขึ้นยืนในที่ประชุมแล้วพูดว่า ท่านผู้คงแก่เรียนและมิตรสหายทั้งหลาย! วันนี้ผมรู้สึกเป็นกุศลอย่างยิ่ง ที่ได้รับความกรุณาจากท่านอาจารย์ ให้ผมขึ้นมาสำนึกบาป...คงจะเป็นเพราะท่านเห็นว่า เมื่อผมตายไปแล้วมีหวังสู่อเวจีมหานรก ท่านจึงมีเมตตาจิตแก่ผมให้มีโอกาสสร้างกุศล พูดถึงความหลอกลวงมนุษย์ให้หลงเชื่อ ตามที่ผมได้ประพฤติมาแล้วนั้น ผมได้อวดตัวเองว่า ผมเก่งกว่าเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายมากมาย ไม่ว่าทุกเพศทุกวัยตลอดจนกระทั่ง อุบาสก อุบาสิกา พระภิกษุ สามเณร และผมยังสามารถทำให้คนทั้งหลายหลงมากราบไหว้บูชา การเล่นกลของผมได้เป็นเวลาหลายสิบปีทีเดียวเลย!

โดยทั่วไปแล้ว “เงินทองที่ได้มาโดยทางที่ไม่ดีแล้ว...เอาไปซื้อของกินเข้าไปก็จะเป็นเลือดเป็นเนื้อที่ไม่ดี...ถึงจะมีลูก จะมีเมีย ก็จะกลายเป็นลูกเมียที่ไม่ดี...”

เรื่องแรก ผมจะขอเล่า วิธีเสกใบไม้ให้กลายเป็นตัวสัตว์ เช่น ตัวต่อหรือตัวแตน ดังที่ผมเคยเป็นผู้วิเศษมาแล้ว ขั้นแรกจะต้องไปหาตัวแตนมาเด็ดเขี้ยวที่มีพิษออกเสียก่อน แล้วซ่อนเลี้ยงไว้จนเชื่อง สถานที่ต้องจัดให้เหมือนแบบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อผู้ชมจะได้เกิดศรัทธา เห็นแล้วจูงจิตใจให้เกิดอุปาทาน คือ ความยึดมั่นเชื่อมั่นยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

ใช้ถ้วยหรือจอก ขันสัมฤทธิ์ใบเล็ก ๆ ต้องเป็นขนาดแบบรูปเดียวกันหลาย ๆ ใบ เอาเทียนขี้ผึ้งอย่างดีมาทำเป็นแผ่นเล็ก ๆ บาง ๆ จนแทบจะเหมือนแผ่นกระดาษ แล้วหงายถ้วยที่เตรียมไว้เอาขี้ผึ้งแผ่นบาง ๆ ที่ทำไว้นั้นติดทาบไว้ในขันหรือถ้วยที่จะใช้ ทีนี้จึงจับตัวแตนที่เลี้ยงไว้ค่อย ๆ สอดลำตัวเข้าไปในช่องแผ่นขี้ผึ้งเพื่อซ่อนไว้ พอมีผู้ชมมามาก ๆ เข้าก็ใช้ผู้ชมนั้นไปเด็กใบไม้มาคนละใบ...เพื่อหลอกให้เขาเชื่อมั่นว่าได้เก็บใบไม้มาด้วยมือของตนเอง...ใช้คนชมให้ไปหยิบขันมาอีกด้วย...เขาจะได้เกิดความเชื่อถือแน่ใจยิ่ง ๆ ขึ้นไป พอเสร็จแล้วก็เอาขันคว่ำลงที่ใบไม้...เท่านี้มันก็มีตัวแตนอยู่ในนั้นแล้ว ถ้าทำปากขมุบขมิบ...ทำทีว่าเสกคาถาต่าง ๆ คนชมที่งมงายอยู่เป็นพื้นมาแล้วยอมเชื่อถือยกมือขึ้นไหว้ผู้วิเศษทุกราย และผู้ที่ทำชำนาญดีแล้ว ไม่ต้องใบไม้ ใช้ขันใบเดียวก็เสกได้ สำคัญอยู่ที่นิ้วก้อยกับนิ้วนางหยิบตัวแตนสอดไว้ด้วยความเร็ว ผู้ดูที่ไม่ค่อยรู้ “วิชากล” มาก่อนมักจะไม่มีไหวพริบที่จะจับโกหกได้ทัน ท่านทั้งหลายจงอย่าได้ฝึกหัดไปหลอกลวงมนุษย์ให้โง่หลงงมงายเลย กรรมตามมาทันตาเห็น บาปบุญนั้นมีแน่ผมได้พบแล้ว

เรื่องต่อไป คือ การหลอกลวงมนุษย์ให้หลงเชื่อว่าผมเป็นผู้สำเร็จทางอภิญญา เป็นผู้ทรงคุณทางอาคมต่างๆ นั้น ได้แก่การ เสกเม็ดมะม่วงให้งอกขึ้นเป็นต้นได้ แล้วเสกให้ออกลูกมะม่วงได้ทันที โดยใช้ศิลปะการพูดหว่านล้อมให้ผู้ดูเกิดศรัทธาเสียทีก่อน แล้วเอาเม็ดมะม่วงตากแห้งให้ผู้ดูชมเพื่อเขาจะได้เชื่อ...ที่เม็ดมะม่วงใช้เหล็กแหลมเจาะรูไว้ก่อน ครั้นต่อไปหาต้นมะม่วงที่เพาะไว้จนงอกยาว 1 คืบ ให้มีใบมีรากเตรียมซ่อนไว้ให้มิดชิด หากิ่งมะม่วงที่ยาวไม่เกิน 1 ศอกที่มีลูกติดมาด้วยจะยิ่งดี วิธีเสกแสดงเล่ห์กล...ก็ใช้ผ้าคลุมดังวิธีที่แล้ว ๆ มา ทำปากขมุบขมิบให้ผู้ชมเห็นว่ากำลังว่าคาถาอย่างเคร่งขรึม...ส่วนมืออยู่ในผ้าจะสับเปลี่ยนอย่างไรก็ไม่มีใครเห็น พอเปลี่ยนได้ที่แล้วปักลงไปในกระถางดิน ผู้ดูที่งมงายเป็นพื้นอยู่แล้วเห็นเข้าก็จะยกมือไหว้ผู้วิเศษทุกราย ยิ่งเป็นนักบวช ฤาษีชีไพรด้วยแล้ว คนเขายอมเชื่อง่าย ๆ เพราะเห็นว่าเป็นผู้ทรงศีล...คงจะไม่หลอกลวง...ที่แท้จริงก็คือโจรในศาสนา ไม่ว่าผู้วิเศษคนไหนจะหนีไม่พ้นการเสกตบตาดังที่กล่าวมานี้ทั้งนั้น “คนโง่ไม่รู้มายากลมีมากกว่าคนฉลาด” จึงยังต้มมนุษย์หากินกันอยู่ได้จนถึงทุก ๆ วันนี้ ในสมัยพุทธกาลโน้นก็มีผู้วิเศษแบบนี้มามากมายแล้ว

ท่านทั้งหลมาย ผลกรรม...บาปที่ผมหลอกลวงเงินทองของชาวบ้าน โดยการตั้งตัวเป็นผู้วิเศษทรงคุณทางคาถาอาคมนั้น บัดนี้ผมขอสารภาพด้วยความจริงว่า กรรมนั้นตามมาสนองผมหมดทุกอย่างแล้ว เงินทองที่ได้มามากมาย มีทรัพย์สิน ไร่นา บ้านช่อง แต่พออกุศลบาปกรรมนั้นตามมาสนองเข้าแล้ว มันทุกข์ร้อนกายใจที่หนักมาก ทำให้มีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา เช่น เมียคบชู้ ผลาญทรัพย์จนหมดตัว. ลูกสาวสวยคนโตถูกอันธพาลหลอกไป. คนรองตกไปเป็นทาสในซ่องนางบำเรอ. ลูกชายคนเล็กหวังว่าจะได้สืบแซ่สืบสกุล เกิดมาก็ปากเบี้ยว จมูกบี้. ส่วนตัวผมนั้นกรรมที่จับตัวแตนมาเด็ดเขี้ยวมาก ๆ เข้า มันก็ตามมาสนองให้ฟันข้างหน้าปวดเน่า มีหนองไหลซึมตลอดปี กินเนื้อสัตว์ทีไร ก็มีหนอนออกมาเป็นตัว ๆ ทุกที เป็นทุกข์ทรมานกายใจเรื่อยมา เมื่อความทุกข์ท่วมทับดวงจิตจนทนไม่ไหว! จึงได้หันหน้าเข้าพึ่งวัด แล้วใช่ว่าเวรบาปกรรมนั้นจะหมดสิ้นไปก็หาไม่...

ขอให้ท่านทั้งหลาย จงช่วยกันเตือนเพื่อนมนุษย์เอาบุญ...เพื่อให้เขาได้สติอย่าตื่นข่าวผู้วิเศษกันเลย เป็นสิ่งที่ไร้สาระ ไม่ใช่วิถีทางที่จะดับทุกข์ที่แท้จริง ขอให้ท่านจงปฏิบัติอยู่ในธรรมวินัย จงเป็นผู้บริสุทธิ์ทุกท่านเถิด!




ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็นเล่ม 1
Pic. | 166 Page.
Download Now

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น